วิธีลดเวลาอยู่หน้าจอ: 8 นิสัยที่ได้ผลจริง
· Timeout
เวลาส่วนใหญ่ที่เราใช้ไปกับโทรศัพท์ไม่ได้มาจากการตัดสินใจ แต่มาจากความเคยชิน เราปลดล็อกหน้าจอเพื่อดูเวลา แล้วรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปยี่สิบนาทีบนฟีด ข่าวดีคือความเคยชินเปลี่ยนได้ นี่คือแปดนิสัยที่สร้างความแตกต่างได้จริง เริ่มจากข้อที่ง่ายที่สุด
1. วัดผลก่อนเริ่มเปลี่ยน
เริ่มจากดูเวลาอยู่หน้าจอจริงของคุณ และแอปที่กินเวลาไปมากที่สุด เป้าหมายไม่ใช่เพื่อให้รู้สึกผิด แต่เพื่อให้เห็นว่าเวลาของคุณหายไปไหน หลายคนแปลกใจเมื่อพบว่าแอปแค่สองสามแอปกินเวลาไปเกือบทั้งหมด
2. จัดหน้าจอหลักให้โล่ง
ไอคอนสีสันสดใสและจุดแจ้งเตือนสีแดงถูกออกแบบมาเพื่อดึงสายตาคุณ เก็บไว้บนหน้าจอหลักเฉพาะแอปที่จำเป็น ถ้าให้ดีควรเป็นรายการเรียบง่าย แล้วย้ายแอปที่เหลือออกไปให้พ้นสายตา ตัวกระตุ้นน้อยลงก็หมายถึงการเปิดแอปโดยไม่รู้ตัวน้อยลง
3. เพิ่มด่านกั้นก่อนเปิดแอปที่ทำให้ไขว้เขว
เคล็ดลับที่ได้ผลที่สุดคือการเพิ่มช่วงหยุดสั้น ๆ ระหว่างความอยากกับแอป การตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะใช้แอปนั้นนานแค่ไหน จะเปลี่ยนการกระทำอัตโนมัติให้กลายเป็นการเลือกอย่างมีสติ
4. ตั้งขีดจำกัดรายวันให้แอปที่กินเวลาคุณ
ขีดจำกัดรายวันช่วยให้คุณมีเส้นแบ่งที่ชัดเจน เมื่อใช้ครบแล้ว แอปจะถูกบล็อกไปจนหมดวัน เริ่มจากขีดจำกัดที่ค่อนข้างเผื่อไว้ แล้วค่อย ๆ ลดลง ดีกว่าตั้งไว้ต่ำเกินไปแล้วถอดใจ
5. ปกป้องบางช่วงเวลาของวัน
เวลากินข้าว ชั่วโมงแรกของตอนเช้า และชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอน เป็นช่วงเวลาที่ควรปกป้องไว้ การบล็อกแอปที่ทำให้ไขว้เขวตามเวลาที่กำหนด ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยฝืนใจทุกครั้ง
6. จัดการการแจ้งเตือน
การแจ้งเตือนแต่ละครั้งคือคำชวนให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่เร่งด่วน หรือกรองไว้อ่านทีหลังในเวลาที่คุณเป็นคนเลือกเอง
7. หาสิ่งทดแทน ไม่ใช่แค่ตัดทิ้ง
เวลาอยู่หน้าจอมักเข้ามาเติมช่วงที่เบื่อหรือเหนื่อย เตรียมทางเลือกอื่นไว้ เช่น หนังสือสักเล่ม เดินเล่นสั้น ๆ หรือโทรหาเพื่อน การเลิกนิสัยจะง่ายขึ้นเมื่อมีสิ่งอื่นมาแทนที่
8. ติดตามความคืบหน้าแบบไม่กดดันตัวเอง
ดูเวลาอยู่หน้าจอสัปดาห์ละครั้งแทนที่จะดูทุกวัน และชื่นชมแนวโน้มที่ดีขึ้นแทนการหวังความสมบูรณ์แบบ วันแย่ ๆ วันเดียวไม่ได้ลบล้างสัปดาห์ที่ดี
คุณไม่จำเป็นต้องเลิกใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเอาเวลาของคุณคืนมา หน้าจอหลักที่สงบขึ้น ด่านกั้นเล็ก ๆ และขีดจำกัดที่ชัดเจนไม่กี่อย่าง มักเพียงพอที่จะทำให้โทรศัพท์กลับมาเป็นเครื่องมืออีกครั้ง
